ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ททท. จัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง Happy Link : Thailand’ s Dream Destinations ภายใต้โครงการ " The Link Local to Global" เส้นทางภาคตะวันออก: กรุงเทพมหานคร-ชลบุรี

ททท. จัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง Happy Link : Thailand’ s Dream Destinations 

ภายใต้โครงการ " The Link Local to Global" เส้นทางภาคตะวันออก: กรุงเทพมหานคร-ชลบุรี



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. จัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง Happy Link : Thailand’ s Dream Destinations ภายใต้โครงการ " The Link Local to Global"  ส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยงในหลากหลายมิติ  ทั้งด้านคมนาคม สังคม ประวัติศาตร์ วิถีชีวิต และชุมชน โดยจัด Fam Trip 5 ภูมิภาค นำผู้ประกอบการท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ ททท.และสื่อมวลชนลงสำรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อนำมาทำโปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค โดยมีบริษัท พอล โซลูชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ

           ทริปนี้เป็นเส้นทางภาคตะวันออก: กรุงเทพมหานคร-ชลบุรี โดยคณะเราออกเดินทางจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานใหญ่ มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี เดินทางไปที่ท่าเรือเกาะลอย เพื่อลงเรือ ออกเดินทางสู่เกาะสีชัง อำเภอเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในอ่าวไทย นอกชายฝั่งอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แต่เดิมขึ้นอยู่กับจังหวัดสมุทรปราการ มีหลวงศรีชลังคณารักษ์ เป็นผู้รักษาราชการ ต่อมาถูกย้ายไปขึ้นกับจังหวัดชลบุรีในปี พ.ศ. 2486 มีคำขวัญว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ วันไหลเกาะขาม ลือนามพระพุทธบาท หาดทรายงามล้ำค่า เมืองท่าพาณิชย์"




เมื่อไปถืงคณะเราก็นั่งรถสกายแล๊ป เป็นรถท้องถิ่นที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สนนราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท  โดยพานักท่องเที่ยวแวะสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ  4 แห่ง และจะส่งให้นักท่องเที่ยวลง เที่ยวกันจนพอใจ แล้วจึงโทร. เรียกรถให้มารับไปส่งสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป แต่ถ้าจะเหมารถก็ราคา 1.000 บาท รถก็จะไม่ไปไหน จะอยู่กับนักท่องเที่ยวตลอด คณะเราเมื่อไปถึงก็ได้เวลาเที่ยงพอดี คณะเราเลยแวะทานกันที่ร้านอาหารป้าหน่อย หลังทานอาหารกันแล้ว คณะเราก็เริ่มแวะเที่ยวชมเส้นทางเกาะแห่งรัก(ษ์) ที่สีชัง Unseen New Chaapters แห่งใหม่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มที่ "พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน" ที่ตั้งชื่อตามพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ซึ่งประสูติแก่พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระรราชเทวี ณ พระตำหนักมรกฎสุทธ์ในพระราชฐาน เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า "ที่เกาะสีชังนี้เป็นสถานที่ที่มีอากาศดี มีภูมิสถานเป็นที่สบาย ควรจะตั้งพระราชฐานให้มั่นคงเป็นที่ประทับในฤดูร้อน ให้เป็นพระราชฐานสำคัญแห่งหนึ่งสำหรับที่สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินมาประทับเจริญพระอิริยาบถในฤดูร้อน ไม่เป็นที่ควรรังเกียจอันใดในการที่จะประสูติที่เกาะนี้ เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอประสูติแล้ว จะได้พระราชทานนามพระราชฐานนี้ให้ต้องกับนามแห่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอนั้นต่อไปภายหน้า" ก่อนถึงวันงานสมโภชเดือนของสมเด็จพระจ้าลูกยาเธอ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เร่งทำการก่อสร้างสถานที่ต่างๆ ในพระราชฐานประกอบด้วย พระที่นั่ง พระตำหนัก ถนนต่างๆ รวมทั้งพระราชทานนามให้คล้องจองกัน ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2435 ซึ่งเป็นวันงานสมโภชเดือนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ได้มีพระบรมราชโองการประกาศการสร้างพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ และพระราชทานนามพระราชฐานว่า "พระจุฑาธุชราชฐาน" จึงถือว่าเป็นวันสถาปนาพระราชฐานในปัจจุบัน

สำหรับความโดดเด่นของพระจุฑาธุชราชฐาน คือการตกแต่งพระราชอุทยานที่เล่นระดับลดหลั่นลงมาตามความลาดชันของพื้นที่จากไหล่เขาลงมาจรดพื้นทรายริมชายหาด ซึ่งเป็นการรักษาภูมิประเทศรวมทั้งพรรณไม้ที่มีอยู่เดิม ประกอบไปด้วยถ้ำเล็ก น้ำตก ลำธาร และบ่อน้ำ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ นอกจากมีความงดงามและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังเป็นระบบการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งอย่างชาญฉลาดอีกด้วย

หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุการณ์สยามมีข้อพิพาทกับฝรั่งเศส กรณีเขตแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง หรือวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ซึ่งลุกลามจนทำให้ทหารฝรั่งเศสนำเรือเข้ายึดเกาะสีชังและปิดอ่าวไทย ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ใด้เสด็จฯ แเปรพระราชฐานมาประทับที่พระจุฑาธุชราชฐานอีกเลย ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ บางส่วนไปสร้างที่อื่น ในปี พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ไปสร้างใหม่ที่พระราชวังดุสิต และพระราชทานนามใหม่ว่า "พระที่นั่งวิมานเมฆ" ซึ่งถือเป็นการยกเลิกพระราชฐาน ณ เกาะสีซังนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับมอบสิทธิการใช้ที่ดินในพระจุฑาธุชราชฐาน จากกรมธนารักษ์ ดังนั้นจึงได้จัดตั้งสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิตในบริเวณนี้ทั้งยังดูแลรักษาพระจุฑาธุชราชฐาน โดยบูรณะซ่อมแซมอาคารต่างๆ ในเขตพระราชฐานด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงพระราชฐานให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้น และในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2547  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน

คณะเรากราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนที่้จะเดินชมภายในพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน  เริ่มตั้งแต่ "พระเจดีย์อุโบสถวัดอัษฎางคนิมิตร" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ แห่งหนึ่งของเกาะสีชังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 แทนวัดปลายแหลมที่มีมาแต่เดิม พระอุโบสถเป็นอาคารรูปทรงกลมมีเจดีย์ทรงลังกาซ้อนอยู่ข้างบน มีลักษณะแปลกตาด้วยการประดับตกแต่งตามศิลปะแบบโกธิก ประตูและหน้าต่างเป็นรูปโค้งยอดแหลม ช่องแสงประดับด้วยกระจกสีเป็นลวดลาย

ต่อด้วย "เรือนวัฒนา" เป็นเรือนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นอาไศรย์สฐาน เมื่อปี พ.ศ. 2432 เพื่อเป็นที่พักฟื้นสำหรับชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่อมาใช้เป็นเรือนประทับของพระราชวงศ์ ก่อนที่จะมีการสร้างพระจุฑาธุชราชฐานในปีพ.ศ. 2435 ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการ ภาพถ่าย เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเกาะสีชังในสมัยรัชกาลที่ 5

มาถึงเกาะสีชังทั้งทีจะพลาดกับสะพานไม้สีขาว ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่เกาะสีชังได้อย่างไร นั่นก็คือ "สะพานอัษฎางค์" ที่สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานท่าเรือขนาดใหญ่ทอดลงไปในทะเล  สร้างด้วยไม้สักทาสี โดยพระราชทานนามว่า "สะพานอัษฎางค์" ใครอยากมาชมความสวยงามหรือแวะมาถ่ายรูปสวยๆ ที่สะพานแห่งนี้ก็ต้องมาที่เกาะสีชัง

          เดินกันท่ามกลางแสงแดด รับสายลมทะเลที่พัดผ่านจนเหยื่อชึม คณะเราเลยแวะจิบกาแฟ และเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวสวยๆ ริมทะเล อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาด ณ "เรือนไม้สีเขียว" ริมทะเล ที่อยู่ไม่ไกลจากสะพานอัษฎางค์ สันนิษฐานว่าเคยเป็นเรือนพักตากอากาศของชาวต่างประเทศมาก่อน ต่อมาได้ปรับปรุงเป็นที่ประทับแรมของพระราชวงศ์ในคราวเสด็จมารักษาพระองค์ ปัจจุบันเป็นสำนักงาน ส่วนบริการนักท่องเที่ยว และจัดแสดงนิทรรศการสถานที่น่าสนใจในเกาะสีชัง

จากนั้นคณะเราก็เดินไปทางด้านซ้ายของเรือนไม้สีเขียว เราจะเห็นฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ที่เป็นรูปแปดเหลี่ยม แต่ฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์นั้นมีลักษณะยาวกว่ารูปแปดเหลี่ยมที่เห็นนี้ประมาณ 5 เท่า ซึ่งต้องมองจากทางอากาศจะเห็นได้ชัดเจน ในอดีตพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์เป็นพระที่นั่งองค์สำคัญในพระจุฑาธุชราชฐาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการประกาศสร้างพระที่นั่งองค์นี้และพระราชฐานพร้อมกัน ครั้นปี พ.ศ. 2443 จึงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อองค์พระที่นั่งมาสร้าง ณ ข้างอ่างหยกในพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร พระราชทานนามใหม่ว่า "พระที่นั่งวิมานเมฆ"

หลังจากชมความสวยงามในพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐานแล้ว คณะเราก็นั่งสกายแล็ปชมวิวทิวทัศน์ ที่สวยงามระหว่าง 2 ข้างทางที่รถวิ่งผ่าน แวะชมทัศนียภาพกันที่ "ช่องอิศริยาภรณ์" หรือ "ช่องเขาขาด" อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาด มีลักษณะเป็นเขาที่ขาดออกจากกัน ที่เราสามารถชมวิวทิวทัศน์ทั้งทะเล เกาะ หน้าผา ที่นี่ยังมีสะพานปูนสีขาวให้เดินเลียบทะเลหรือจะเดินเลียบภูเขาก็ย่อมได้ และในช่วงเย็นๆ จะเห็นพระอาทิตย์ใกล้อัสดงส่องแสงสีแสดตัดกับท้องทะลสีครามยิ่งสวยมากยิ่งขึ่นไปๆ ไปอีก

          หลังจากชมทัศนียภาพหาดสายโขดหิน และทะเล ที่สวยงามแล้ว คณะเราก็เดินทางไปกราบไหว้ขอพร ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ บนเขาคยาศิระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เกาะสีชัง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่บรรดาชาวจีนทั้งในและต่างประเทศให้ความเคารพสักการะ โดยเฉพาะเรื่องค้าขายและการงาน องค์เจ้าพ่อเขาใหญ่จะอยู่ภายในถ้ำบนเขา และด้านบนยังสามารถมองเห็นวิวโดยรอบของเกาะสีชังแบบพาโนราม่าได้อีกด้วย

  

ปิดท้ายบนเกาะสีชังด้วยการชมโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste  โดย นายเอกสิทธิ์ เมฆเมืองทอง สจ.เกาะสีชัง ผู้ก่อตั้งฯ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และกล่าวว่าโรงเรือนแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิบูรณะนิเวศน์ น้ำมันพืชกุ๊ก โรงเรียนเกาะสีชังได้ให้สถานที่นี้ในการทำเป็นชุมชนร่วมกับกิจการเพื่อสังคมชื่อว่า "food loss food waste ซึ่งเขาทำเรื่องการกำจัดขยะอินทรีย์โดยใช้หนอนแมลง Black Soldier Fly (BSF) หรือแมลงวันลาย ส่วนเราจะเรียกว่า "หนอนแมลง BSF" และของเราน่าจะเป็นที่เดียวที่กำจัดขยะอินทรีย์ของชุมชนอย่างแท้จริงโดยใช้หนอน  BSF ตอนแรกเราได้รับไข่หนอนมาจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นคนเอามาให้เรา ได้ใข่มาเราก็ลองผิดลองถูกประมาณ 6-7 เดือนกว่าจะได้ ตอนนี้พอเราฟักเป็น เราเลี้ยงเขาเป็น เราเข้าใจเขา ทุกวันนี้เราก็สามารถทำใข่ขึ้นมาเองได้ เราจะเก็บขยะอินทรีย์โดยให้ร้านค้าต่างๆ ผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร และชุมชนในเกาะสีชัง ช่วยกันแยกและส่งมาให้เรา ซึ่งตอนนี้เราก็จัดเป็นแคมเปญชื่อ "แยกแลกไข่" ชาวบ้านแยกมาถ่ายลงไปในไลน์ Official ของเราครบ 21 ครั้ง เรามีไข่ไก่ที่เราเลี้ยงเองเอาไปมอบให้แทนคำขอบคุณที่ช่วยคัดแยก เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ประกอบการไม่ต้องส่งขยะอินทรีย์ขึ้นไปที่ส่วนของเทศบาลที่ต้องจัดการ เมื่อใดก็ตามที่ขยะอินทรีย์ไปปนกับขยะอื่น การเผาหรือการทำลายก็จะยาก เรารณรงค์ให้ช่วยกันแยก เราจะเป็นผู้จัดการให้ นอกจากการใช้หนอน เลี้ยงหนอน ให้ครบวงจรแล้ว เรายังทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกาะสีชัง เพราะอย่าลืมว่าเราอยู่เกาะกลางทะเล เพราะฉะนั้นไข่ไก่ ผักสวนครัวต่างๆ สินค้าที่ใช้ในร้านอาหารต่างๆ ต้องซื้อข้ามมา เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายมันก็จะแพงเพราะมีค่าขนส่ง สมมุติว่าเราทำได้ เราก็ทำให้เขาเห็นว่ามันก็สามารถที่จะปลูกได้นะ ส่วนของการเลี้ยงสัตว์ต้นทุนที่แพงที่สุดคือค่าอาหาร มันก็มีหนอนที่สามารถเอาไปเลี้ยงสัตว์ได้ เรามีซากแมลง ปลอกดักแด้ ที่สัตว์สามารถกินได้ ก็จะช่วยลดต้นทุนเรื่องนี้ไป ในส่วนของชาวประมงที่นี่เลี้ยงปลากะพงในกระชังเป็นอาชีพ ชาวประมงต้องซื้อโปรตีน เราก็เอาหนอนไปแทนโปรตีน ก็ช่วยชาวประมงประหยัดไปได้เยอะ ส่วนนึงเอาไปเป็นแมลงส่วนนึงเอาไปให้สัตว์กิน ทำให้เกิดการหมุนเวียน ซึ่งตอนนี้โรงเรือนของเราทำครบระบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เรามีผลิตภัณฑืที่มากพอสามารถที่จะขายได้ สร้างรายได้ให้กับชุมชนที่เข้ามาเป็นผู้ดูแลให้กับเรา จุดเริ่มต้นในการทำก็คือ ผมเจอกับคุณตฤนที่เป็นคนริเริ่ม food loss food waste เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แล้วก็ชวนกันว่าเราจะทำที่นี่ ตอนนั้นเราทำหลายที่ เริ่มต้นเราทำที่สมุยด้วย ทำที่นี่ด้วย แล้วกำลังจะเกิดที่บ้านแพ้ว สมุทรสาคร อย่างล่าสุดก็จะทำศูนย์เรียนรู้ที่วัดพระรามเก้า กรุงเทพฯ แล้วก็จะมีที่เซ็นทรัล ศรีราชาอีก ความตั้งใจเราอยากกระจายองค์ความรู้นี้ไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนขั้นตอนในการกำจัดขยะอินทรีย์นั้น เมื่อเรารับขยะมา ด้วยการที่หนอนเป็นปากดูดไม่ใช่ปากกัด เพราะฉะนั้นเวลาเอาขยะมาบดก่อน มันก็จะกินง่าย ในเรื่องของการเจริญเติบโตมันก็จะง่ายขึ้นด้วย เขากินจนครบจนระยะเข้าดักแด้เขาก็จะไม่กินละ พอเขาไม่กินเราก็เอาเข้ากรงแมลง เพื่อให้เขาฟักเป็นแมลง แล้วก็เอาไข่มาหมุนเวียน มันเป็นวัฎจักรอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนมูลหนอน เศษอาหารที่เหลือ เราก็เอาไปตากปั่นให้แห้งกรองออกมาเป็นปุ๋ย หนอนส่วนนึงเอาไปเลี้ยงสัตว์ ส่วนนึงเราก็เลี้ยงเขาให้เข้าระยะดักแด้ที่จะฟักเป็นแมลง ที่จะนำไข่เขามาต่อ จริงๆ แล้วหนอนมันก็มีอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่เคยเห็น เพราะเขาเป็นแมลงที่มีอายุเพียงแค่ 7 วัน ซึ่งหน้าที่ของเขาคือจับคู่ผสมพันธุ์แล้วก็ตาย

เมื่อรู้จักวิธีการกำจัดขยะอินทรีย์พอสังเขป คณะเราก็เดินทางสู่ท่าเรือ เกาะสีชัง ข้ามกลับมายังตัวเมืองศรีราช เพื่อรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านป๊อปวิว ศรีราชา ลิ้มรสอาหารอร่อยเลิศรสถูกปาก ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก แถมการบริการก็เป็นเยี่ยม จนคณะเราต้องออกปากชม พร้อมยกนิ้วให้ จากนั้นคณะเราก็เดินทางเเข้าที่พัก โรงแรมเซ็นทารา ซันไพรซ่า เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา

รุ่งอรุณวันใหม่  คณะเราก็เดินทางไปยัง "สำนักสงฆ์เขาพระครู" ที่มีความโดดเด่นสวยงาม กราบสักการะพระพุทธรูปยืนสีขาวองค์ใหญ่เด่นเป็นสง่า แต่ที่เป็นไฮไลท์ก็คือลูกแก้วสารพัดนึกที่อยู่กลางพญานาค 2 ตัว ที่สามารถมองเห็นเมืองศรีราชาหัวกลับ แล้ว๕ระเราก็เดินทางต่อไปที่ "ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย" สวรรค์ของคนรักมะพร้าว เป็นชุมชนที่รักษาอัตลักษณ์ของสวนมะพร้าว ที่เป็นแหล่งสุดท้ายของพัทยา อำเภอบางละมุง ชาวสวนก็ยังมีเศรษฐกิจหลักจากการเก็บมะพร้าวขาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสวนมะพร้าวก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับชุมชนได้ด้วย สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอีกทางหนึ่ง ต้นไม้ดูแลให้เป็นธรรมชาติ สวนมะพร้าวขายได้ เป็นที่เที่ยวได้อย่างเช่นสวนฟ้าใสไอโกะ เป็นสวนมะพร้าวที่สวยของชุมชนตะเคียนเตี้ย มีพื้นที่อยู่ 20 ไร่ แถมยัยังเป็นสวนมะพร้าวที่ดูแลรักษาแบบไม่ใส่ยาฆ่าแมลง เป็นมะพร้าวที่ทานได้และเป็น Organic และยังเป็นที่เล่นกีฬาดิสกอลฟ์ หรือกีฬาจานร่อน เป็นการโยนจานให้ลงหลุม กติกาใช้เหมือนของกีฬากอล์ฟ ที่สวนฟ้าใสไอโกะยังมีการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานเส้นทางท่องเที่ยววิถีมะพร้าว อ่านต่อได้ที่ :เส้นทางของโลว์คาร์บอน ปั่นจักรยานชมและสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ ในสวนมะพร้าวชุมชนตะเคียนเตี้ย ปั่นไปเที่ยวที่สวนคุณตาเล็ก เพื่อทานเครื่องดื่มเย็นๆ ริมลำธารน้อยๆ  จากห้วยขุนจิตร ที่สามารถพักผ่อน ลงไปเล่นน้ำได้ ที่นี่ยังสามารถกางเต้นท์ และทานอาหารพื้นบ้าน แล้วคณะเราก็เดินทางกลับไปที่สวนมะพร้าวฟ้าใสไอโกะ เพื่อรับประทานอาหารพื้นบ้าน อย่างแกงไก่กะลา มะพร้าวอ่อนสดๆ จากสวน และ กาแฟมะพร้าว ได้มาเที่ยว ได้มากิน แล้วก็ทำ เที่ยวชมสวนเสร็จแล้ว ก็มาทำกิจกรรมผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกมะพร้าว โดยนำเปลือกมะพร้าวที่เเราใส่ต้นไมมาต้มให้เกิดสี แล้วก็กรองเปลือกออก เปลือกมะพร้าวก็ยังเอาไปใส่เป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ได้ด้วย แล้วนำสีมาย้อมเป็นสีธรรมชาติ โดยให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือมัดลวดลายเอง เราใช้คำว่า "หนึ่งเดียวในโลกด้วยฝีมือเรา" อยากให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกิจกรรมนี้ที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทำพวงมะโหตรหอม ปิดท้ายด้วยการเล่นดิสกอลฟ์ในสวนมะพร้าว ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพอย่างสบายอุรา









ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

"ฉลอม" ประธาน TFOPTA จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 ณ จังหวัดระยอง

"ฉลอม" ประธาน TFOPTA จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 ณ จังหวัดระยอง  มีสมาชิกจากทั่วทุกภาคของประเทศร่วมงานคับคั่ง         นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA ) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 โดยมีสมาชิก TFOPTA จากทั่วทุกภาคของประเทศ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) รวมทั้งบุคคลในแวดวงท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ห้องประชุมศรีสุวรรณ โรงแรม โนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568        โดยในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง มาพูดถึงกิจกรรม Product Briefing สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว Product Highlight ของจังหวัดระยอง        ตามด้วย การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA ) โดยมี นางฉลอม สงล่า ประธาน TFOPTA เป็นประธานในการประชุม พร้อม...

PMCU เชิญร่วมงานเทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” อิ่มเจ อิ่มบุญ อิ่มความสุข ที่สามย่าน-บรรทัดทอง

PMCU เชิญ ร่วม งานเทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up”     อิ่มเจ อิ่มบุญ อิ่มความสุข  ที่สามย่าน-บรรทัดทอง        สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) จัดยิ่งใหญ่ เทศกาลกินเจ 2567 ชวนชิม อาหารเจ หลากหลาย ในงานเทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” รวบรวมร้านอาหารเจขวัญใจโซเชียล และร้านรุ่นเก๋าในตํานานกว่า 100 ร้าน พร้อมเนรมิตสีสันด้วยอุโมงค์ดอกไม้และโคมไฟยักษ์ สุดตระการตา อิ่มเจ อิ่มบุญ อิ่มทุกความสนุก มางานเดียวครบรสกว่าที่เคย ที่ถนนบริเวณสามย่าน-บรรทัดทอง (จุฬาฯ ซอย 5) พร้อมชวนช้อปวัตถุดิบทำอาหารเจ และอาหารเจหลากหลาย ที่ตลาดสามย่าน ตั้งแต่วันนี้ - 11 ตุลาคม 2567 นายสหรัฐ โพธิโต รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ทบทวน.) สำนักงานกรุงเทพ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายดำรงค์ เลี้ยงชีพ ผู้จัดการทั่วไปส่วนบริหารกิจการสวนหลวงสแควร์ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) และพันธมิตร ร่วมพิธีเปิดงาน เทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเชิดสิงโตถวายเจ้าแม่ทับทิม ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิมอุทยาน 100 ...

"ฐาปนีย์" ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดงาน "พิดโลกเมืองน่าเที่ยว" พร้อมพิธีส่งมอบธงเจ้าภาพจาก จังหวัดพิษณุโลกสู่จังหวัดระยอง

"ฐาปนีย์" ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธาน เปิดงาน "พิดโลกเมืองน่าเที่ยว" พร้อมพิธี ส่งมอบธงเจ้าภาพ จาก จังหวัดพิษณุโลกสู่จังหวัดระยอง        นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  เป็นประธานเปิดงาน "พิดโลกเมืองน่าเที่ยว" พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.เอนก นุรักษ์ กรรมการ ททท. และรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA)  นางศศิวัณย์ ศรีพรหม อุปนายสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก และนายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ นายสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก และพลตรี สมบัติ บุญกอแก้ว เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมเปิดงาน ท่ามกลางเหล่าสมาชิก  TFOPTA จากทั่วทุกภาค   ณ ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมดิอิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์  จังหวัดพิษณุโลก            จากนั้นเป็นพิธีส่งมอบธง  เริ่มด้วย  การแสดง...