ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ททท. ร่วมลงนาม LOI กับ แอปพลิเคชั่น Fliggy แพลตฟอร์มท่องเที่ยวยอดนิยมในตลาดจีน

ททท. ร่วมลงนาม LOI กับ แอปพลิเคชั่น Fliggy แพลตฟอร์มท่องเที่ยวยอดนิยมในตลาดจีน 

มุ่งหวังกระตุ้นการเดินทางตลาดนักท่องเที่ยวจีน 

พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในการท่องเที่ยวไทย

       นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) กับ Mr. Tyrion Tong รองประธานบริษัท Zhejiang Fliggy Network Technology เพื่อร่วมกันส่งเสริมการขายกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ Mr. Zhuoran Zhuang รองประธานบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป และประธานบริหาร บริษัท Zhejiang Fliggy Network Technology เข้าร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม LOI ดังกล่าว ณ อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2พฤศจิกายน 2566 

ทั้งนี้ แอปพลิเคชั่น Fliggy เป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ยอดนิยมในตลาดจีน บริษัทในเครือ Alibaba กรุ๊ป

      นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นตลาดสำคัญของประเทศไทย การบูรณาการความร่วมมือกับแอปพลิเคชั่น Fliggy ในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเสริมแรงมาตรการยกเลิกการตรวจลงตราทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 (5 เดือน) แล้ว ยังถือเป็นการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในตลาดจีน เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทางการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสาธารณรัฐประชาชนจีน



     นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาด โดยนักท่องเที่ยวร้อยละ 86 จำแนกเป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบ FIT ที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพที่มีกำลังซื้อ มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 7.88 คืนซึ่งยาวนานกว่า และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 คิดเป็นจำนวน 56,000 บาทต่อทริป ในขณะที่ข้อมูลจาก Alipay ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบากรุ๊ปเช่นกัน พบว่านักท่องเที่ยวจีนที่ใช้บริการผ่าน Alipay มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว โดยยังไม่รวมค่าที่พักสูงถึง 20,000 บาทต่อคนต่อทริป ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปี 2562 ดังนั้น การลงนามร่วมกับแอปพลิเคชั่น Fliggy แพลตฟอร์มบริการด้านท่องเที่ยวออนไลน์ยอดนิยมของจีนซึ่งมีบัญชีผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านบัญชี และมีบริการที่ครบวงจร (One Stop Service) ครอบคลุม

 ตั้งแต่การสำรองบัตรโดยสารเครื่องบิน ที่พัก ทัวร์ส่วนตัว จะเพิ่มโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพของประเทศไทยในตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์เชิงบวก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยวไทยในตลาดจีน และเร่งกระตุ้นรายได้ทางการท่องเที่ยวจากกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพของจีนด้วย


สำหรับการลงนาม LOI ระหว่าง ททท. และแอปพลิเคชัน Fliggy ในครั้งนี้ มีความร่วมมือที่ครอบคลุมการร่วมกันนำสมาร์ทเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง การนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยบนแพลตฟอร์ม Fliggy การส่งเสริมและนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีศักยภาพ (Potential Hidden Gem Destinations) แก่นักท่องเที่ยวจีน การร่วมผลิตและเผยแพร่เนื้อหาประชาสัมพันธ์สำหรับตลาดจีน การร่วมจัดแคมเปญส่งเสริมตลาดสำหรับอีเว้นท์ และเทศกาลต่างๆ อาทิ เทศกาลตรุษจีน Golden Week เป็นต้น รวมถึงทาง Fliggy จะจัดทีมบริการให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวจีนตลอด 24 ชั่วโมงทั้งในรูปแบบออนไลน์และศูนย์ให้บริการข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ที่กำหนด โดย ททท. จะสนับสนุนการจัดอบรมและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่ของ Fliggy ด้วย


 

จากสถิติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 พฤศจิกายน 2566 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วประมาณ 3 ล้านคน โดยเป็นตลาดนักท่องเที่ยวอันดับ รองจากมาเลเซียที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด ทั้งนี้ ททท.มุ่งส่งเสริมความเชื่อมั่นและกระตุ้นการขายในตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกผ่านการจัดกิจกรรมแฟมทริป การนำศิลปินผู้มีชื่อเสียงร่วมเดินทางและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในตลาดจีน และร่วมกับพันธมิตรในตลาดจีนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเร่งผลักดันรายได้นักท่องเที่ยวจีนสู่เป้าหมาย

 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การท่องเที่ยวมาเลเซีย​ ร่วมออกบูธในงาน "เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก" ครั้งที่ 31

การท่องเที่ยวมาเลเซีย​ ร่วมออกบูธในงาน "เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก" ครั้งที่ 31  แนะนำแหล่งท่องเที่ยวและเสนอขายโปรแกรมทัวร์ราคาพิเศษ      การท่องเที่ยวมาเลเซีย​ ประจำประเทศไทย​ นำโดย Mr. Samuel Lee Thai Hung, Deputy Director General Tourism Malaysia​ (มิสเตอร์ แซมมวล ลี ไทย ฮุง, รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวมาเลเซีย)​, Ms. Nurul Ain Mohammed Yunus, Director Tourism Malaysia Bangkok (คุณ นูรุล อายน์ โมฮัมเหม็ด ยูนุส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย สำนักงานกรุงเทพฯ)​ ร่วมออกบู้ทในงาน "เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก" ครั้งที่ 31​ ซึ่งจัดโดย สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว​ (THAI TRAVEL AGENTS ASSOCIATION)​ หรือ​ TTAA​ ระหว่างวันที่​ 22-25​ มกราคม​ 2569 ณ​ ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์​ เชิญชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวมาเลเซีย​ภายใต้แคมเปญ​ "Visit Malaysia​ 2026" โดยได้รับเกียรติจาก​ Datuk Wan Zaidi Wan Dbdullah (ดาตุ๊ก วันไซดี วัน อับดุลลา)​ เอกอัคราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน​ พร้อมด้วย YB Loh Sze Yee, Perak Exco Tourism, Industry, Investment and ...

สธทท.​ จัดประชุมสัมมนาวาระพิเศษ สำหรับสมาชิกสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569

  ​สธทท.​ จัดประชุมสัมมนาวาระพิเศษ สำหรับสมาชิกสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569        สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นำโดย​ ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์​ นายก​สธทท.​ จัดประชุมสัมมนาวาระพิเศษ สำหรับสมาชิกสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมี​ ​นางวรินทร ทองพูน​ ประธานผู้ก่อตั้งและอดีตนายกฯ สธทท.​ คุณสมานนพพล รัตนธรรมทิตยา​ และคุณกิชติ ประพฤทธิ์ตระกูล​อุปนายกสมาคมจ้าหน้าที่สมาคมฯ  คุณลลิตา​ ขันแข็ง​ กรรมการสมาคม​ คุณณธัชพงศ์ อิสี นายทะเบียนสมาคมฯ​ คุณธิดารัตน์ เงินทนงค์​ เจ้าหน้าที่สมาคมฯ  คุณมนัสพงษ์ เงินทนงค์​ ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ​ คุณธานี ธนาภาค​ กรรมการผู้จัดการ สายการบิน Ezy airlines และสมาชิก​ สธทท.​ร่วมงานมากมาย​ ณ ห้องรัชวิภา ชั้น 19 โรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก​ ถนนรัชดาภิเษก​ กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม 2569       การประชุมสัมมนาวาระพิเศษในครั้งนี้​ ​จัดขึ้นเพื่อสร้างโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมแนวทางการตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมถึงการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลและสัมมนาปี 2569 ให้กับสมาชิก​ สธทท. ​  ...

สทน.​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 สมาชิกเลือก"ซาโต้​ สัญญาพุฒิ" เป็นนายก​ สทน.​คนใหม่

สทน.​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 สมาชิกเลือก"ซาโต้​ สัญญาพุฒิ" เป็นนายก​ สทน.​คนใหม่       สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ​ (สทน.)​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เลือกตั้งนายกฯ​และกรรรมการชุดใหม่​ โดยมีคณะกรรมการ​ สทน.​ และสมาชิกเข้าร่วมงานกว่า​ ​300 คน​ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร​ ​เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569      นายชัยพฤกษ์ ทองคำ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ​ (สทน.)​ เป็นประธานเปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568​ พร้อมด้วยคณะกรรมการ​ โดยการประชุมในครั้งนี้มีวาระสาระสำคัญ​ ได้แก่ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ, การรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ณ​ เดอะ​พอร์ทอล ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์​ ชั้น​ 4​ อิมแพ็ค​เมืองทองธานี,​ รายงานสถานภาพสมาชิกปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีสมาชิกสมาคมทั้งหมด จำนวน 506 ราย เป็นบริษัททัวร์ 307 ราย โรงแรม รีสอร์ท 130 ราย และสมาชิกวิสามัญ 69 ราย โดยมีสมาชิกเข้าใหม่​จำนวน​​ 42 ราย เป็นประเภทบริษัททัวร์ ​32 ราย​ ประเภทโรงแรม รีสอร์ท​ 8​ รา...