ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"เรวัต" อาสาลงสมัคร นายก อบจ.ภูเก็ต อีกสมัย สานต่องานเก่าให้สำเร็จ ปั้นภูเก็ตให้น่าอยู่และน่าดู

"เรวัต" อาสาลงสมัคร นายก อบจ.ภูเก็ต อีกสมัย

สานต่องานเก่าให้สำเร็จ ปั้นภูเก็ตให้น่าอยู่และน่าดู

“เรวัต อารีรอบ” อาสานำทีม “กลุ่มภูเก็ตหยัดได้” ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ชิงชัยต่อเป็นสมัยที่สอง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ให้คนภูเก็ต “หยัดได้” (เชื่อถือได้) จากจุดแข็ง “ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่” สานต่องานเก่าให้สำเร็จ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายปั้นภูเก็ตให้เป็นเมืองน่าอยู่และเป็นเมืองน่าดู พร้อมยกระดับหลากหลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต ภายใต้วิสัยทัศน์ “ภูเก็ต ปลอดภัย ทันสมัยด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

ผู้นำทัพอย่าง “เรวัต อารีรอบ” ทำจริง  ไม่ขายฝัน

สำหรับศึกการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ อะไรที่ทำให้ นาย เรวัต อารีรอบ ผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต หมายเลข 1 “กลุ่มภูเก็ต หยัดได้” คิดลงสนามเป็นหนสอง คำตอบที่น่าจะเฉลยได้และเห็นความเชื่อมโยงได้อย่างชัดเจน นั่นคือหากเทียบชายผู้นี้เป็น “โปรดักท์”แล้ว ด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นอดีต สส.ภูเก็ต สังกัดพรรคประชาธิปัตย์สองสมัย และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั้นย่อม การันตีได้ว่า นายเรวัต ย่อมจะ “เข้าถึงและเข้าใจ”ความต้องการของประชาชน ชุมชน และภาพรวมของชาวภูเก็ตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในแง่มุมของเศรษฐกิจที่เขาต้องการขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นแหล่งเศรษฐกิจทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตทั้งทางด้านการศึกษา การแพทย์ “ปลายทาง” เหล่านี้แหละที่ผู้นำทัพอย่างนายเรวัตได้วางยุทธศาสตร์ของภูเก็ตไว้อย่างปรุโปร่งแล้วในการดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ในปัจจุบัน เพื่อปูทางให้เป้าประสงค์ของตนเองบรรลุเป้าหมาย และบังเกิดผลงานเชิงประจักษ์ในระยะสี่ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน  “ทำจริง  ไม่ขายฝัน”

 ขับเคลื่อนผลงานเชิงประจักษ์

 ตลอดระยะเวลาสี่ปีของ นายเรวัต อารีรอบ และ “กลุ่มภูเก็ตหยัดได้” นั้นโฟกัสกับยุทธศาสตร์ที่ต้องการปั้นให้ภูเก็ตพร้อมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต รวมทั้งตอบโจทย์ทางด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนด้วย โดยเฉพาะการเร่งเครื่องหลังวิกฤติโตวิด-19 คลี่คลาย

ในเบื้องต้น นายเรวัตยอมรับว่า “ในช่วง 2 ปีแรกของการรับตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ต ในปี 2564 นั้นเป็นช่วงวิกฤติโควิด-19 ต่อเนื่องถึงปี 2565 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะงักงัน ไม่เว้นแม้แต่ภูเก็ต ทั้งนี้ อบจ.ภูเก็ตได้ดำเนินกลยุทธ์ทั้งเชิงรับและเชิงรุก เพื่อรับมือกับวิกฤติโควิด-19 อาทิ การจัดตั้งศูนย์ Quarantine โรงพยาบาลสนาม จัดหาวัคซีนให้ชาวกูก็ตอย่างทั่วถึง ฯลฯ”

ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงปี 2566 - ปี 2567 อบจ. ภูเก็ตก็เร่งดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับมาเป็นปกติสุขโดยเร็ว และเป็นจิ๊กซอว์ที่ นายเรวัต มุ่งมั่นที่จะพิชิตเป้าหมาย เพื่อให้ภูเก็ตเป็น “เมืองน่าอยู่” และเป็น “เมืองน่าดู” นั่นคือ

     ด้านเศรษฐกิจ ในฐานะที่ภูเก็ตสามารถทำรายได้ให้กับประเทศได้สูงเป็นอันดับ 2 ฉะนั้น หลังวิกฤติโควิด-19 อบจ. ภูเก็ตจึงร่วมผลักดันโครงการ Phuket Sandbox ส่งผลให้ภูเก็ตสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ขณะเดียวกัน ก็ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำโรดโชว์ ITB Berlin ที่ประเทศเยอรมนีที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวภูเก็ตดังเดิม นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการใช้จ่ายภายในจังหวัคภูเก็ต เช่น การจัดงานหรอยรอยริมเล ทั่วเกาะกูเก็ต พร้อมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดตั้ง TCDC ศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดภูเก็ต 

      ด้านสาธารณสุข ผลงานที่โดดเด่นของนายเรวัต นั่นคือการถ่ายโอน รพ.สต. 20 แห่งและสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ต.ฉลอง มาอยู่ในการดูแลเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมี “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” โครงการเชิงรุกที่จัดทีมหมอและพยาบาลจาก รพ.สต. ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรคในชุมชน พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาลโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และมอบเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาศักยภาพศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อจัดหาครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์สำหรับการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจให้ชาวภูเก็ต และชาวต่างชาติมีภาวะโรคหัวใจที่เข้าพักในจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับการรักษาอย่างครอบคลุมและทันเวลา 

ด้านการศึกษา อบจ.ภูเก็ต มุ่งเน้นพัฒนาเยาวชนให้เติบโตไปเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) พร้อมทั้งพัฒนาโรงเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ตทั้ง 5 แห่งให้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย - ม.6 เพื่อลดความเหลือมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ทั้งด้านวิชาการ สังคม และทักษะชีวิต พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพครูให้เป็นผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กตามวัยสำหรับโรงเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ต พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียนสังกัด สพฐ. เพื่อพัฒนาอาคารสถานที่ จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ สำหรับส่งเสริมการเรียนรู้ ยกระดับมาตรฐานการศึกษาของจังหวัดภูเก็ตในภาพรวม

ด้านคุณภาพชีวิต อบจ.ภูเก็ตได้พัฒนาสวนสาธารณะแห่งใหม่ โดยพัฒนาพื้นที่เรือนจำเก่าจังหวัด

        ในเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาพื้นที่ทุ่งถลางชนะศึก อ.ถลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ จะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.2568 ขณะที่สวนธารณะลานกีฬากะทู้ โรงเหล้าเก่า ซึ่งเข้าไปพัฒนาจนถึงเฟสที่ 4 แล้ว เพื่อเป็นเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายให้ชาวภูเก็ต รวมทั้งรับมือกับ “การแก้ไขปัญหาจราจร” ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ชาวภูเก็ตกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนของชาวภูเก็ต โดยการนำรถบัส EV รถไฟฟ้าพลังงานสะอาดช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมาให้บริการประชาชน ให้เด็กนักเรียน นักศึกษา ประชาชนคนทำงาน ผู้สูงอายุ หรือนักท่องเที่ยวสามารถใช้ขนสาธารณะณะได้สะดวกยิ่งขึ้น

           นอกจากนี้ นายเรวัต อารีรอบ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเรื่องของพิบัติว่า  “เพื่อป้องกันภัยพิบัติร้ายแรงในภูเก็ต อาทิ น้ำท่วม ดินถล่ม ชาวภูเก็ตมั่นใจได้ว่า จะต้องเห็นผม และทีมงาน อบจ.ภูเก็ต เข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที เพราะนี่คือการกิจหลักที่ อบจ.ภูเก็ตจัดตั้งกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขึ้นมา นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดหาเรือดับเพลิงกู้ภัย เรือตรวจการณ์ เครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทั้งทางบกและทางน้ำ อย่างล่าสุดที่เกิดเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต เครื่องสูบน้ำของ อบจ.ภูเก็ตได้กระจายไปยังจุดเสี่ยงน้ำท่วมทั่วจังหวัดกูเก็ต เพื่อให้มีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เป็นที่พึ่งที่ “หยัดได้”ของชาวกูเก็ตตลอดมา ”


 





 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การท่องเที่ยวมาเลเซีย​ ร่วมออกบูธในงาน "เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก" ครั้งที่ 31

การท่องเที่ยวมาเลเซีย​ ร่วมออกบูธในงาน "เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก" ครั้งที่ 31  แนะนำแหล่งท่องเที่ยวและเสนอขายโปรแกรมทัวร์ราคาพิเศษ      การท่องเที่ยวมาเลเซีย​ ประจำประเทศไทย​ นำโดย Mr. Samuel Lee Thai Hung, Deputy Director General Tourism Malaysia​ (มิสเตอร์ แซมมวล ลี ไทย ฮุง, รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวมาเลเซีย)​, Ms. Nurul Ain Mohammed Yunus, Director Tourism Malaysia Bangkok (คุณ นูรุล อายน์ โมฮัมเหม็ด ยูนุส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย สำนักงานกรุงเทพฯ)​ ร่วมออกบู้ทในงาน "เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก" ครั้งที่ 31​ ซึ่งจัดโดย สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว​ (THAI TRAVEL AGENTS ASSOCIATION)​ หรือ​ TTAA​ ระหว่างวันที่​ 22-25​ มกราคม​ 2569 ณ​ ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์​ เชิญชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวมาเลเซีย​ภายใต้แคมเปญ​ "Visit Malaysia​ 2026" โดยได้รับเกียรติจาก​ Datuk Wan Zaidi Wan Dbdullah (ดาตุ๊ก วันไซดี วัน อับดุลลา)​ เอกอัคราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน​ พร้อมด้วย YB Loh Sze Yee, Perak Exco Tourism, Industry, Investment and ...

สธทท.​ จัดประชุมสัมมนาวาระพิเศษ สำหรับสมาชิกสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569

  ​สธทท.​ จัดประชุมสัมมนาวาระพิเศษ สำหรับสมาชิกสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569        สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) นำโดย​ ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์​ นายก​สธทท.​ จัดประชุมสัมมนาวาระพิเศษ สำหรับสมาชิกสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมี​ ​นางวรินทร ทองพูน​ ประธานผู้ก่อตั้งและอดีตนายกฯ สธทท.​ คุณสมานนพพล รัตนธรรมทิตยา​ และคุณกิชติ ประพฤทธิ์ตระกูล​อุปนายกสมาคมจ้าหน้าที่สมาคมฯ  คุณลลิตา​ ขันแข็ง​ กรรมการสมาคม​ คุณณธัชพงศ์ อิสี นายทะเบียนสมาคมฯ​ คุณธิดารัตน์ เงินทนงค์​ เจ้าหน้าที่สมาคมฯ  คุณมนัสพงษ์ เงินทนงค์​ ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ​ คุณธานี ธนาภาค​ กรรมการผู้จัดการ สายการบิน Ezy airlines และสมาชิก​ สธทท.​ร่วมงานมากมาย​ ณ ห้องรัชวิภา ชั้น 19 โรงแรม เดอะ บาซาร์ แบงค็อก​ ถนนรัชดาภิเษก​ กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม 2569       การประชุมสัมมนาวาระพิเศษในครั้งนี้​ ​จัดขึ้นเพื่อสร้างโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมแนวทางการตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมถึงการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลและสัมมนาปี 2569 ให้กับสมาชิก​ สธทท. ​  ...

สทน.​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 สมาชิกเลือก"ซาโต้​ สัญญาพุฒิ" เป็นนายก​ สทน.​คนใหม่

สทน.​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 สมาชิกเลือก"ซาโต้​ สัญญาพุฒิ" เป็นนายก​ สทน.​คนใหม่       สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ​ (สทน.)​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เลือกตั้งนายกฯ​และกรรรมการชุดใหม่​ โดยมีคณะกรรมการ​ สทน.​ และสมาชิกเข้าร่วมงานกว่า​ ​300 คน​ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร​ ​เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569      นายชัยพฤกษ์ ทองคำ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ​ (สทน.)​ เป็นประธานเปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568​ พร้อมด้วยคณะกรรมการ​ โดยการประชุมในครั้งนี้มีวาระสาระสำคัญ​ ได้แก่ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ, การรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ณ​ เดอะ​พอร์ทอล ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์​ ชั้น​ 4​ อิมแพ็ค​เมืองทองธานี,​ รายงานสถานภาพสมาชิกปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีสมาชิกสมาคมทั้งหมด จำนวน 506 ราย เป็นบริษัททัวร์ 307 ราย โรงแรม รีสอร์ท 130 ราย และสมาชิกวิสามัญ 69 ราย โดยมีสมาชิกเข้าใหม่​จำนวน​​ 42 ราย เป็นประเภทบริษัททัวร์ ​32 ราย​ ประเภทโรงแรม รีสอร์ท​ 8​ รา...